อายุ 24 ครึ่ง นั่งยองๆ แล้วลุก หน้ามืดทุกทีครับ ย้ำ ทุกที

มันสื่อถึงอะไรได้บ้างครับ

ออกกำลังกายก็อาทิตย์ละ 4-5 วัน วันละครึ่ง ชม. แต่ผมอ้วนครับ หนัก 81 สูง 170 เพิ่งมาเป็นตอนเดือน 5 นี้เองครับ มันพอจะบอกอะไรเราได้มั๊ยครับกับการลุกแล้วหน้ามืดทุกครั้งเนี่ย

By: คุณชายทหารไทย
Since: 19 พ.ค. 55 20:58:08

หนึ่งความคิดบน “อายุ 24 ครึ่ง นั่งยองๆ แล้วลุก หน้ามืดทุกทีครับ ย้ำ ทุกที

  1. การมีหน้ามืด จากการนั่ง เป็นท่ายืน … ภาษาอังกฤษ จะเรียกว่า

    orthostatic hypotension ครับ

    มีหลายสาเหตุมาก เลย แต่ที่เจอบ่อยๆ คือ … น้ำ/เกลือแร่ ในร่างกายไม่เพียงพอ

    โรคยากๆ ก็จะมี โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ หรือ การกินยาบางชนิด

    ถ้าจะให้แนะนำ .. ควรไปพบแพทย์ เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย ดีกว่า ครับ

    ลองดูนะครับ

    By: DrDae
    Since: 19 พ.ค. 55 21:21:35

  2. มีคำถามด้วยความวิตกกังวลบ่อยๆว่า   เมื่อนั่งนานๆแล้วลุกขึ้นยืนจะหน้ามืด   อาการเช่นนี้แสดงว่ามีโรค   หรือมีความผิดปกติอย่างใดในร่างกายหรือเปล่า

               อาการอย่างที่ว่านี้มีคนเป็นกันมาก   บางคนเป็นบ่อยๆ   บางคนนานๆจะเป็นสักครั้งหนึ่ง   อาการเช่นนี้พอจะอธิบายกันได้อย่างง่ายๆ   คงจะต้องพูดถึงเรื่องคสวามดันโลหิตเสียก่อนบ้างเล็กน้อย  

               ความดันโลหิตมีอยู่ในหลอดเลือดทั้งหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ   แต่เมื่อพูดกันถึงเรื่องความดันโลหิตแล้ว มักจะหมายถึงความดันโลหิตในหลอดเลือดแดง

               ความดันโลหิตก็คือแรงที่จะดันให้เลือดผ่านหลอดเลือดออกไปเลี้ยงร่างกาย   ซึ่งจะไปได้ถึงอวัยวะทุกอวัยวะ   ความดันโลหิตที่ปรกตินั้นก็เป็นแรงดันที่จะส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ   รวมทั้งสมองได้เพียงพอตามความต้องการ   ค่าของความดันโลหิตของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน   และจะแตกต่างกันตามเพศ  อายุ   อาชีพ  สภาพแวดล้อม   ชีวิตความเป็นอยู่   ในคนคนเดียวกัน   ความดันโลหิตก็จะมีเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา   โดยจะแตกต่างไปตามเวลา   สภาพของอากาศ  การออกแรง   อาหาร   การพักผ่อนหรือตามสภาพอารมณ์  

               การวัดความดันโลหิตโดยมากวัดกันที่แขน   ค่าของความดันโลหิตจะแตกต่างกันไป   เมื่อวัดในท่าที่แตกต่างกัน   การวัดเมื่ออยู่ในท่านั่งจะได้สูงกว่าวัดเมื่ออยู่ในท่านอน   การวัดในท่ายืนก็จะสูงกว่าวัดเมื่ออยู่ในท่านั่ง

               เวลานั่งนานๆแล้วลุกขึ้นทันทีจะเกิดหน้ามืดนั้น เพราะเมื่อเวลานั่งจะมีความดันโลหิตส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง ได้พอเหมาะ   แต่พอลุกขึ้นทันทีศีรษะจะสูงขึ้น   แต่ด้วยความดันโลหิตเดิมจะไม่พอส่งเลือดไปเลี้ยงสมองที่สูงขึ้นไปได้พอ   เลือดไปเลี้ยงสมองลดน้อยลง   จึงทำให้เกิดอาการหน้ามืด (เหมือนจะเป็นลม)   ต่อเมื่อสักครู่หนึ่งหัวใจสูบฉีดเลือดแรงขึ้น   ความดันโลหิตแรงขึ้นพอที่จะส่งเลือดไปเลี้ยงสมองได้   อาการหน้ามืดนั้นก็จะหายไปได้

               โดยมากอาการหน้ามืดนั้นจะเป็นนานราวๆ   12 – 15 วินาที   คนที่นั่งแล้วลุกยืนมีอาการหน้ามืดเช่นนี้ ก็ลองจับเวลาดู  เมื่อถึง  12   วินาที   ก็มักจะหายหน้ามืดได้

               ** ลักษณะอาการหน้ามืดเมื่อลุกขึ้นยืนเร็วๆเช่นนี้   ไม่มีความหมายหรือแสดงว่ามีโรคอย่างใด   คนปรกติอาจเป็นได้ แต่ก็อาจเป็นได้ง่ายในรายที่มีร่างกายอ่อนเพลีย   ขาดการพักผ่อนหลับนอน   ขาดอาหาร  มีเลือดจาง   หรือคนที่อ่อนแอมากๆจากการเป็นโรคเรื้อรังมานาน

    เอ่อ.. ไม่รู้จะอธิบายยังไง เลยก๊อปมาให้อ่านเลย ยาวไปขอโทษด้วยนะคะ แหะๆๆ ^^"

    ที่มา http://hospital.moph.go.th/nadun/%CA%D2%C3%D0%B9%E8%D2%C3%D9%E9.htm

    By: Nirancha
    Since: 19 พ.ค. 55 21:24:33

  3. ในกรณีความดันต่ำก็เป็น

    By: Wairoon
    Since: 19 พ.ค. 55 22:51:19

  4. เป็นมาตั้งแต่หลังผ่าตัดตอนอายุ 17 แล้วค่ะ  ก็พยายามไม่ทำค่ะ

    By: ป้าป้าป้า
    Since: 20 พ.ค. 55 09:53:02

  5. ลองดูเคสนี้ด้วยครับ คล้ายๆ กันกับข้างบน

    ความดันตกในท่ายืน (Postural Hypotension)

    ในคนปกติ เมื่อลุกขึ้นยืน จะทำให้มีเลือดคั่งที่เท้าเป็นเหตุให้ปริมาตรของเลือดที่ไหลเวียนในกระแสเลือดลดลง ร่างกายจะเกิดการปรับตัวโดยอัตโนมัติ ให้หลอดเลือดแดงหนตัวทันที เพื่อให้ความดันเลือดอยู่ในปกติ ขณะที่เปลี่ยนจากท่านอนเป็นท่ายืน จะมีภาวะความดันต่ำกว่าปกติทันที ทำให้มีอาการหน้ามืด วิงเวียน คล้ายเป็นลมชั่วขณะ เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ

    สาเหตุที่พบบ่อย คือ เกิดจากยา เช่น ยารักษาความดันโลหิตสูง , ยานอนหลับ , ยารักษาโรคจิตบางชนิด เป็นต้น ยังอาจพบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่เป็นโรคปลายประสาทอักเสบ ,  ผู้ป่วยที่ขาดอาหาร ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ,  โรคแอดดิสัน

    มีอาการหน้ามืด วิงเวียน จะเป็นลมขณะที่ลุกขึ้นนั่งหรือยืนทุกครั้ง อาจรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่า  ตาลายร่วมด้วย สักครู่หนึ่งก็หายปกติ ในรายที่เป็นมากๆอาจมีอาการหมดสติ หรือชักร่วมด้วย เมื่อล้มตัวลงนอน ก็หายได้เอง

    การตรวจร่างกาย มักพบว่า ความดันช่วงบน(ความดันซีสโตลี) ที่วัดในท่ายืนต่ำกว่าท่านอนมากกว่า 30มิลลิเมตรปรอท เช่น ความดันในท่านอนวัดได้ 130/80มิลลิเมตรปรอท และความดันในท่ายืนวัดได้ 90/60 มิลลิเมตรปรอท (ความดันช่วงบนในท่ายืนตกไป 40 มิลลิเมตรปรอท)

    ข้อแนะนำ

    1. ภาวะความดันตกในท่ายืน เป็นเพียงอาการที่ปรากฏให้เห็น ไม่ใช้โรค ดังนั้นจึงควรหาสาเหตุ และให้รักษาตามสาเหตุที่พบ

    2. แนะนำให้ผู้ป่วยลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ อย่าลุกพรวดพราด และให้งดอาหารเค็ม

    By: PICCANINNY’S DAD
    Since: 20 พ.ค. 55 11:07:00

  6. เป็นเหมือนกัน..

    By: อีกฝั่งฟากของเวลา
    Since: 20 พ.ค. 55 21:44:48

  7. เป็นเหมือนกันค่ะ

    By: Devil Gal
    Since: 21 พ.ค. 55 09:25:00

ปิดการแสดงความเห็น