เรียนปรึกษาจิตแพทย์ค่ะ

เจ้าของกระทู้อยู่ต่างประเทศ มีอุปสรรคและปัญหาเรื่องการเรียนมาเป็นเวลาหลายปี เคยกลับไปพบจิตแพทย์ที่เมืองไทย และแพทย์ก็แนะนำให้ทานยา แต่ตอนนั้นเจ้าของกระทู้คิดว่าสู้ไหวก็เลือกที่จะไม่ทาน ผ่านไปหลายปีแล้วยังคงจมอยู่กับปัญหาเดิม ทีแรกคิดว่าตัวเองไม่มีวินัยมากพอ ก็พยายามจัดระเบียบชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น เข้านอนเป็นเวลา ตื่นเช้าและไปมหาวิทยาลัยทุกวันเพื่อทำงาน แต่แม้ว่าจะทำแบบนี้มาเป็นปีแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าทางการเรียน จะเขียนงานทีไรก็รู้สึกติดขัดกังวลไปหมด เริ่มเขียนได้ไม่กี่หน้าก็ไปต่อไม่ได้ ต้องเริ่มใหม่หมด หรือไปเริ่มใหม่ในส่วนต่อไป เลยกลายเป็นเหมือนคนจับจด เขียนงานไม่ได้ต่อเนื่อง และยิ่งรู้สึกแย่กับตัวเอง เวลาอ่านหนังสือก็เหมือนกัน บางทีอ่านแค่บรรทัดหรือย่อหน้าเดียวก็ต้องอ่านซ้ำ ๆ จนกว่าจะเข้าใจความหมาย

เหตุการณ์นี้ทำให้รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะเวลาก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ถ้าเป็นคนทั่ว ๆ ไปก็คงเรียนจบไปนานแล้วแต่นี่เจ้าของกระทู้ใช้เวลาถึงสองเท่าแถมยังไม่จบอีก จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ และแพทย์ทางนี้ก็แนะนำให้ลองทานยาดู แต่แพทย์ก็ไม่ได้บังคับ ให้เจ้าของกระทู้ลองตัดสินใจเอง จึงอยากจะปรึกษาว่าในกรณีนี้ควรทานยาหรือไม่ และถ้าทานจะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงอย่างไร ยาที่แพทย์สั่งให้เจ้าของกระทู้คือ Sertraline ขนาด 50mg วันละ 1 เม็ดค่ะ จริง ๆ เจ้าของกระทู้ก็ยินดีที่จะทานยาเพื่อดูแลตัวเองให้กลับมามีความรู้สึกอย่างปกติ แต่ก็กังวลเรื่องผลข้างเคียง เพราะมีเวลาเหลือไม่มากและเจ้าของกระทู้ก็อยากจะมีพลังเขียนงานให้เต็มที่ เพื่อจะได้จบการศึกษาค่ะ

หากต้องการให้คำแนะนำอื่น ๆ เพิ่มเติม เจ้าของกระทู้ก็ยินดีรับฟังทุกอย่าง ขอบคุณมากนะคะ

By: Liquid Sachets
Since: 9 พ.ค. 55 02:32:22

หนึ่งความคิดบน “เรียนปรึกษาจิตแพทย์ค่ะ

  1. เราก็เรียนอยู่ต่างประเทศเหมือนกันค่ะ
    เราแนะนำว่าแทนที่จะพบจิตแพทย์ น่าจะไปพบ profesor หรืออาจารย์ที่เมืองไทยที่คุณเคยเรียนด้วย เพื่อให้ท่านแนะนำวิธีการเขียน วิธีการเรียน การอ่านtext อะไรแบบนี้ดีกว่านะคะ
    เรื่องแบบนี้มันต้องมีที่ปรึกษา จริงๆนะ (จากประสบการณ์ตรง)

    เพราะเท่าที่อ่านคุณก็ไม่ได้มีปัญหาด้านจิตใจนะคะ เพียงแต่อาจจะขาดคำแนะนำที่ดีค่ะ

    เราเองก็มีความกังวลมากๆๆ เพราะต้องเรียนกับชาวต่างชาติที่เค้ามีพื้นฐานดีกว่าเราอยู่แล้ว
    เราต้องใช้ความพยายามมากกว่าเค้าสองเท่า เราเองก็วางแผนจะเรียนให้จบช้ากว่าเค้าสองเท่าเช่นกัน เพราะไม่อยากรีบ ไม่อยากกดดันตัวเอง

    สู้ๆนะคะ คุณจขกท(รวมทั้งตัวเราเองด้วย แหะๆ) เพราะเราก้ออยากเรียนจบเหมือนกัน ^^"

    By: พ่อหมีใจดี
    Since: 9 พ.ค. 55 03:46:43

  2. ตอบในตัวยานะครับ

    Sertraline.เป็นยาต้านซึมเศร้า กลุ่มSSRI เป็นยาเบาๆ(ในด้านของฤทธิ์)และเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยในระยะยาวตัวนึงเลยครับ ไม่ใช่ยาโรคจิตหรืออะไรแรงๆที่คนทั่วๆไปกลัวกันเลย บางคนกลัวว่ากินไปเดี๋ยวหยุดไม่ได้อาการจะหนักขึ้น ตัวนี้ไม่มีครับ  

    สำหรับในแง่ปลอดภัยกับตับ ไต นี่สบายใจได้เลย ผู้ป่วยที่อายุมากๆการทำงานของตับไตเริ่มไม่ดีแล้วก็ยังสามารถทานยานี้ได้โดยไม่ต้องปรับขนาด เพราะยาไม่แรงมากเกินไปกับผู้สูงอายุ(ทั้งในด้านของฤทธิ์และด้านของพิษ)

    ส่วนในแง่ผลข้างเคียงระยะสั้น อาจมีง่วงนอน หรือนอนไม่หลับได้ในบางคนแต่เป็นเฉพาะในช่วงแรกและพบไม่บ่อยดังนั้นอาจต้องระวังเรื่องขับรถ

    คนทั่วไปที่มีอาการเริ่มต้นของภาวะซึมเศร้าโดยไม่ป่วยอะไรแพทย์บางคนก็มีการให้ทานยานี้เหมือนกันนะครับ เช่นผู้สูงอายุบางคนที่มีอาการซึมเศร้าจากปัจจัยต่างๆ คนอกหัก. ก็มีการใช้ตัวนี้กัน

    ปล.ดูหัวกระทู้อีกทีพึ่งเห็น ผมไม่ใช่นะครับอย่าเข้าใจผิด เป็นแค่เภสัชตัวน้อยๆ
    ปล.อีกที ยาตัวนี้กินแล้วต้องดูการตอบสนองของแต่ละคนเป็นรายๆไปนะครับ จะมีบางคน(ส่วนน้อย)ที่กินแล้วไม่ตอบสนองต่อยาหรือมีอาการแย่ลงได้(น้อยมาก)ดังนั้นหากรู้สึกไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงต้องแจ้งแพทย์นะครับ

    By: jinandjoy
    Since: 9 พ.ค. 55 07:42:33

  3. ไม่ได้เป็นจิตแพทย์นะคะ  เป็นผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าหนักตอนเรียนมหาลัยเช่นกัน   เรียนจบตามเกณฑ์  แต่กว่าจะจบได้เลือดกระอักค่ะ  ต้องแอดมิตโรงบาลหลายรอบ  เพราะพยายามถูลู่ถูลังไปค่ะ  เรามีอาการเหมือนเจ้าของกระทู้  แต่หนักกว่าหลายขุม

    ยาอะไรที่หมอให้มาและยืนยันว่าไม่ติดชัวว์  เราก็กินค่ะ  เปลี่ยนยามาเป็น10ตัว เพื่อเจอตัวที่ใช่    ยาพวกนี้ต้องกินต่อเนื่องถึงเห็นผล  

    ไม่ต้องกังวลค่ะ  

    เอาใจช่วยนะคะ   เราหายแล้วค่ะ

    By: …. (blackcat’eye’)
    Since: 9 พ.ค. 55 12:03:25

ปิดการแสดงความเห็น