การกินนํ้ามันมะพร้าวบริสุทธิ์ ก่อนอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ จะช่วยลดไขมัน ได้หรือไม่

2012 มิถุนายน 21
by admin
advertisement

การกินนํ้ามันมะพร้าวบริสุทธิ์ ก่อนอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ จะช่วยลดไขมัน ได้หรือไม่

By: OIL123
Since: 29 พ.ค. 55 23:39:45

30 Responses leave one →
  1. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    เดือน กรกฏา ผมจะมาตอบให้
    สิ่งที่ผมทานวันละสามชั้นโต๊ะ
    เพื่อ เอาเชื้อบ้าๆนี้ออกจากร่างกายหรือลดปริมาณลง ผมเป็นโรคติดเชื้อที่มีแต่คนรังเกียจ
    ผมทานเพื่อที่ผมไม่ต้องทานยา จะเช็คใหญ่ กรกฎาตอนนั้นคุณมาตั้งกระทู้ใหม่อีกทีแล้วผมจะมาตอบ

    By: ratjasit
    Since: 30 พ.ค. 55 00:49:25

  2. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ไม่น่าช่วยหรอก

    ส่วน คห.1 ขาดยา ระวังมันดื้อยา กลายพันธุ์นะครับ

    By: Mdiic~*
    Since: 30 พ.ค. 55 00:59:06

  3. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    #2

    ตกลง จะไม่มี ผล หรือจะทำให้ดื้อยา  - -"

    By: Panda-baker
    Since: 30 พ.ค. 55 01:16:50

  4. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ในสมองของหมอ มีแต่ยาและยาและก็ยา เพราะหมอถูกฝรั่งสอนมาแบบนั้น ก็ต้องเข้าใจ

    ส่วนผมมีแต่อาหารและสมุนไพร เพราะผมรู้จักคิดและค้นคว้าเอาด้วยตัวเอง

    จะลดไขมัน แต่ไปกินน้ำมัน มันดูแล้วไม่น่าจะใช่นะครับ (แต่ก็อาจเป็นไปได้ ก็ลองดูไป ไม่เสียหายอะไร)

    ลดไขมัน มันก็ต้องลดกินอาหารที่มีไขมัน และกินสมุนไพรบางตัว เพื่อไปกำจัดและลดไขมัน น่าจะเข้าท่ากว่า ครับ

    เหตุทีแนะนำ อาหารและสมุนไพร ก็เพราะว่ามันไม่มี side effect หรือหากจะมี มันก็มีน้อยกว่ายามากนัก เพราะมันคืออาหาร ซึ่งร่างกายขับออกได้โดยธรรมชาติ

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 30 พ.ค. 55 07:01:01

  5. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ไม่ใช่ค่ะคุณเดินดงพงไพร
    หมอได้รับการปลูกฝังมาว่า " First Do No Harm" หมายความว่าเราจะไม่ทำอันตรายให้แก่ผู้ป่วย
    ดังนั้นเราจะไม่แนะนำอะไรก็ตามที่ยังไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า ไม่มีอันตรายและมีประโยชน์แน่ให้แก่ผู้ป่วย
    เรารู้จักสมุนไพร อาหารและอาหารเสริมต่างๆ ทั้งของไทยและของฝรั่ง
    รู้จักดีว่ามันไม่มีข้อมูลอะไรที่น่าเชื่อถือว่าเอามาใช้เป็นยาได้

    เรามีกระบวนการคิดอย่างใช้เหตุผล ไม่งมงาย ไม่เชื่อง่าย
    เข้าใจหมอเสียใหม่

    By: OG
    Since: 30 พ.ค. 55 07:51:06

  6. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    กินแซลมอล อัลมอลล์ อะไรเทือกนี้ดีกว่านะ

    By: sourire
    Since: 30 พ.ค. 55 08:19:17

  7. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    คห. 4
    แล้วยาหรือกระบวนการรักษาที่หมอใช้ เค้าไม่ต้องทำการวิจัยเหรอครับ?
    โดยส่วนตัว ไม่ปฏิเสธว่าการรับประทานสมุนไพรเป็นยา หรือทานอาหารออร์แกนิคเพื่อรักษาสุขภาพเป็นผลดี
    แต่ขัดนิดนึงกับที่คุณบอกว่า "เพราะผมรู้จักคิดและค้นคว้าเอาด้วยตัวเอง"
    มันดูขัดๆ นิดหน่อยครับ เพราะสิ่งที่แพทย์ถูกสอนมา ก็เกิดจากการค้นคว้าวิจัยอย่างเป็นระบบเช่นกัน

    By: เรามาอีกแล้ว…
    Since: 30 พ.ค. 55 10:36:41

  8. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    มีหลายคนที่เชื่อแบบ จขกท และทำตามสุดท้ายต้องโยนทิ้งไปเพราะหลังจากทำไม่เป็นตามที่เค้าเล่าเค้ารือเค้าอ้าง สาเหตุน่าจะมาจาก เชื่อว่าไขมันจะลดที่นี้ก็กินแหลก ซึ่งความจริงคุณต้องควบคุมอาหารการกินเราว่าน่าจะดีกว่า เพราะร่างกายจะปรับสมดุลเองค่ะ ลองงดอาหารไขมันออกกำลังกาย แล้วไปตรวจเราเชื่อว่ามันลดแน่นอน

    By: fufurung
    Since: 30 พ.ค. 55 10:42:20

  9. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    #7

    "สิ่งที่แพทย์ถูกสอนมา ก็เกิดจากการค้นคว้าวิจัยอย่างเป็นระบบเช่นกัน"

    ก็จริงครับอันนี้ไม่เถียง แต่ใครล่ะเป็นคนทำวิจัยค้นคว้า ก็ฝรั่งทั้งนั้น แล้วหมอไทยก็ไปจำมาทั้งดุ้น

    สมัยก่อนฝรั่งบอกหมอมาว่า น้ำมันมะพร้าวไม่ดี หมอก็นำมาบอกต่อผู้ป่วย มิใช่หรือ จนชาวบ้านกลัวการกินกระทิกันใหญ่เลย หันไปกินน้ำมันถั่วเหลืองแทนกัน กลัวน้ำมันมะพร้าว กลัวน้ำมันหมู

    แล้วปัจจุบันเป็นไง น้ำมันมะพร้าว น้ำมันหมู ดีหรือเลวกว่าน้ำมันถั่วเหลืองครับ ?

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 30 พ.ค. 55 13:46:55

  10. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    เป็นยาระบายค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีเงินก็ซื้อกินครับไม่ได้อันตราย

    By: ผ่านมา (pasad)
    Since: 30 พ.ค. 55 18:05:02

  11. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    เอ่อออออ น้ำมันปลา (HDL) ก็กินเพื่อช่วยลดไขมันอีกชนิดนึง (LDL) นี่นา

    By: วายุบุตรวุฒิไกรใจกล้า
    Since: 30 พ.ค. 55 19:13:05

  12. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    คห. 9
    สิ่งที่ค้นพบมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ไม่เกี่ยวกับไทยหรือฝรั่ง
    ข้อเท็จจริงที่เค้าค้นพบในปัจจุบัน ก็เพราะนักวิทยาศาสตร์เป็นผู้วิจัยค้นพบไม่ใช่เหรอครับ?
    นานเข้า เราก็รู้มากขึ้น เพียงแต่บางทีสิ่งที่เราเชื่อๆ ทำๆ โดยบางทีคิดเองเออเอง  มันไปตรงกับสิ่งที่เค้าวิจัยกันมาเท่านั้นเอง

    By: เรามาอีกแล้ว…
    Since: 30 พ.ค. 55 19:25:50

  13. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    คุณเดินดงพงไพร อย่าให้รู้ว่าก็ไปรพ.เหมือนกันนะ หึๆๆๆๆ
    รพ.แทบทุกที่ในประเทศนี้เป็นการรักษาแผนปัจจุบันหมด มีแต่การรักษาแบบฝรั่งๆทั้งนั้น อย่าได้ย่างกรายเข้าไปนะครับ
    เป็นสถานที่อันตรายสุดๆ จะบอกอะไรให้ มีคนตายในนั้นทุกวัน วันละหลายๆคนเลยนะ
    คนเก่งๆฉลาดๆอย่างคุณอย่าได้เผลอเข้าไปนะครับ ป่วยเป็นอะไรก็เข้าป่าไปตามชื่อเลยนะครับ

    By: meddy hao
    Since: 30 พ.ค. 55 20:19:33

  14. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ^
    ^

    พูดความจริง รับไม่ได้หรือครับ แถมมีขู่ด้วย

    ผมไปบ่อยครับ ศิริราช พอดีไปซื้อสมุนไพรแถวนั้น เลยแวะไปใช้ห้องสุขาประจำ ครับ

    ถ้าผมป่วย ก็ไม่เข้าป่าหรอก รักษาตัวเองอยู่ที่บ้านดีกว่าครับ

    อีกอย่างหนึ่ง ถึงผมจะป่วยและต้องเข้า รพ. ก็เป็นสิทธิ์ของผมที่จะเข้า รพ. ได้ เพราะ รพ. และบุคคลากรทั้งหมดขอ รพ. กินเงินเดือนอันเกิดจากภาษีของประชาชนทุกคน และผมก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ที่เสียภาษีนั้น เราจะไม่พูดเอ่ยอ้างถึงจรรยาบรรณอะไรหรอก เราจะพูดถึงกันแค่ หน้าที่และความรับผิดชอบในอาชีพเท่านั้นก็พอ ครับ

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 30 พ.ค. 55 23:22:57

  15. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    #12

    แล้วสิ่งที่ผมคิดเองได้ก่อนการวิจัยของฝรั่งหรือนักวิทยาศาสตร์ มันเป็นไม่ได้เลยเชียวหรือครับ ?

    นกเขาไม่ขัน / ฉี่กระปิดกระปอย ต่อมลูกหมากอักเสบ / ขับเสลด

    3 สูตรนี้ เป็นสิ่งนี้ผมคิดขึ้นมาเองเป็นคนแรกในประเทศนี้ (จากสมุนไพร) จำเป็นต้องฝรั่งคิดมาก่อนผมไหมครับ?

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 31 พ.ค. 55 00:09:36

  16. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ไม่เกี่ยวกับไทยหรือฝรั่งหรอก
    ขอให้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันเท่านั้นเอง
    ถ้าคุณเดินดงพงไพรบอกว่า สิ่งที่คุณคิดค้นนั้นมันรักษาโรคได้จริง
    ก็ต้องมีการเก็บข้อมูล
    เช่น กินไป 100 คน ดีขึ้น 80 คน
    สิ่งที่เรียกว่า "ดีขึ้น" วัดจากอะไรบ้าง
    เช่น เรื่องฉี่ ฉี่ต่อครั้ง จากเดิมกี่ซีซ๊ กินไข่ดองเข้าไป กี่วัน ฉี่เพิ่มเป็นกี่ซีซีต่อครั้ง
    ถึงแม้คุณอาจยังไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
    แต่จากผลการสังเกตเบื้องต้น ก็จะมีการต่อยอดค้นคว้าต่อไปอีก
    ซึ่งก็เหมือนยาอื่นๆหลายชนิด ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากการสั้งเกต ของคนธรรมดานี่แหละ
    ง่ายๆเช่น กาแฟ เริ่มจากคนเลี้ยงสัตว์ สังเกตพบว่าสัตว์ที่กินผลกาแฟเข้าไป จะคึกคักกว่าปกติ
    แล้วในที่สุดก็มีการพบคาแฟอีนในภายหลัง

    By: ฟ้าหมาดฝน
    Since: 31 พ.ค. 55 02:06:46

  17. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ไม่เคยอ่านกระทู้ของคุณเดินดงพงไพรมาก่อน
    เรื่ิองของเรื่องก็คือ เขาไม่รู้จักหรือไม่เข้าใจว่าวิจัยคืออะไรนั่นเอง
    เขาทดลองกับตัวเองก็โอเคไป อย่าเที่ยวชักชวนคนอื่นให้เขาเสียโอกาสด้วย
    หรือได้รับอันตรายก็แล้วกัน
    อย่างนั้นน่ะผิดและบาป

    By: OG
    Since: 31 พ.ค. 55 06:06:24

  18. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    #17

    เรื่องการวิจัย มันก็แค่ไปเรียนตามก้น ตามตำราฝรั่งแค่นั้นเอง ถ้าอยากจะรู้จักมัน ก็ไปเรียน มันก็จะรู้จัก ก็แค่นั้นเอง ไม่เห็นจะมีอะไร

    การชักชวนคือการเสียโอกาส ไม่มองแคบไปหน่อยหรือครับ?

    การข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งหนึ่ง มันมิได้มีแค่การนั่งเรือข้ามฝากไปเท่านั้น มันยังมีวิธีทางอื่นๆ ที่จะข้ามไปอีกด้วย

    ข้อสงสัยที่ว่าได้รับอันตรายไหม มีอันตรายหรือไม่นั้น….

    คงได้แค่ตอบว่า…. จวบจนถึง ณ ขณะนี้ ยังไม่เคยมีใครมาชี้หน้าว่าผมเลยสักคนเดียว

    มีแต่หลายคนมาบ่นให้ฟังว่า หาหมอ กินยา มาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมมันหายสักที ! เขาก็เลยอยากลองเลือกเดินทางสายอื่นแทน

    สูตร 3 สูตรที่ผมคิดเองนั้น หากเปิดเผยสู่สาธารณชน แน่นอนวงการยาของบริษัทข้ามชาติ (มันก็ของฝรั่งชาติที่หมอไปเรียนมานั่นแหล่ะ) จะต้องมีผลกระทบกระเทือน รวมถึงผู้ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย ซึ่งมีใครกันบ้าง คงไม่ต้องอธิบายกระมังครับ

    ดังนั้น จึงมักมีคนยกเรื่องการวิจัย มาอ้างอิง เพื่อดิสเครดิตผมอยู่ตลอดเวลา เพราะวิธีของผมมันง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและมิใช่ไสยาศาสตร์ แต่ทว่าได้ผลจริง

    สมัยก่อนที่คนไทยยังโง่อยู่มาก มีหมอคนหนึ่ง แค่รักษาโรคกระเพาะอย่างเดียว ก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว มิใช่แค่รวยอย่างเดียวนะ แถมได้บุญ ได้รับการยกย่องนับถือจากชาวบ้านอีกต่างหาก 555+

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 31 พ.ค. 55 07:16:47

  19. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ไม่ว่าอะไรแล้วละค่า
    นอกจาก " กัมมุนา วัตติโลโก "

    By: OG
    Since: 31 พ.ค. 55 09:13:58

  20. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ไม่ค่อยอยากให้มองเรื่องผลประโยชน์ครับ
    วิทยาศาสตร์ก็คือวิทยาศาสตร์ หากจะถกกันในแง่ลดไขมัน ก็ต้องไปคุยกันในแง่วิทยาศาสตร์ที่มีการทดลอง มีการเจาะเลือด
    ถ้าหากจะคุยเรื่องแง่สุขภาพดี ก็ต้องคุยในองค์รวมที่ไม่ใช่แค่เรื่องเลือด
    สุขภาพดีไม่ได้มีแค่ไขมันต่ำ และไขมันในเลือดต่ำก็ไม่ได้แปลว่าสุขภาพจะดี ต้องขึ้นกับที่มา

    ถ้าเราไปมุ่งเรื่องผลประโยชน์ ก็ลำบาก เพราะผลประโยชน์ต่างกัน
    เราก็ต้องไม่เชื่อหลักฐานทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับยา เพราะต้องมีบริษัทยามาเกี่ยว
    เราก็ต้องไม่เชื่อหลักฐานจากการทดลองใช้สมุนไพร เพราะคนเก็บคนขายก็ได้เงิน
    เราก็ต้องไม่เชื่อหลักฐานจากคนที่เอามาบอกต่อแบบไม่เอาเงิน เพราะบางคนไม่อยากได้เงินแต่หวังชื่อเสียง หวังผลประโยชน์แฝง

    บริษัทยาที่ดีมี บริษัทยาไม่ดีมี คนที่ทำเกี่ยวกับสมุนไพรที่ดี มี คนที่ทำเกี่ยวกับสมุนไพรที่ไม่ดี ก็มี

    สิ่งที่อยู่ตรงกลางคือหลักฐานจากการทดลอง ซึ่งฝรั่งนิยมการทดลองเนื่องจากตัดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
    ที่ผ่านมาสมุนไพรไม่ได้รับความนิยมเพราะว่าคนขายหรือคนที่คิดสูตรมีผลประโยชน์ทับซ้อน และใช้แนวคิดการต่อต้านบริษัทยามาเป็นเหตุผลดิสเครดิตอีกฝ่าย แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานของฝั่งตน ทำให้คนที่ป่วยไม่ได้รับประโยชน์

    ถ้าหากพูดถึงเรื่องน้ำมันมะพร้้าว ผมเคยคุยเรื่องนี้ไปสัก1-2ปีก่อน
    ทางฝั่งต่างประเทศมีการทดลองแบบที่เป็นรูปธรรมอยู่บ้าง
    เคยไปอ่านและพบว่ามีก่ทดลองการกินน้ำมันมะพร้าวก่อนอาหารมื้อละช้อนโต๊ะ สามารถลดน้ำหนักได้จริง เนื่องจากรสชาติของน้ำมันมะพร้าวและความเป็นไขมันทำให้กินอาหารมื้อนั้นได้ลดลง พอกินลดลงน้ำหนักเลยลด

    ในไทยยังไม่เห็นการทดลองที่ชัดเจน มีการบรรยายจากคนที่มีส่วนในการขายหรือผลิต บอกว่าดี ส่วนผู้บริโภค ถ้าเฉพาะในพันทิป ส่วนมากเกินครึ่งที่บอกว่ากินแล้วTriglycerideสูงขึ้น ซึ่งส่วนที่สูงขึ้นมีทั้งกลุ่มที่ไปกินก่อนหรือกินหลังอาหาร และในพันทิปส่วนมากไม่ได้บอกว่ากินอาหารเปลี่ยนไปอย่างไรหรือไม่

    เป็นผม ผมจะไม่แนะนำให้กินหลังอาหาร และหากใครอยากจะทดลองเองก็อาจจะทำได้แต่ขอเป็ฯแบบน้ำมันมะพร้าวไม่สกัดเย็นและกินก่อนอาหาร หากผลเลือดครั้งต่อมาแย่ลงก็ควรพิจารณาหยุดกิน

    ถ้าไปกินสมุนไพรหรือไปทดสอบอะไรที่ไม่มีผลดีแน่ชัดและอาจจะมีผลเสีย ก็ควรระมัดระวังสุขภาพ เพราะหากต้องเข้าโรงพยาบาล ก็เป็นงินภาษีที่คนอื่นเค้าจ่ายเช่นกัน

    และหากมีสมุนไพรใดที่ดี ที่คิดว่าเป็ฯประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ก็สามารถเสนอหรือพูดคุยในวงการสาธารณสุขได้ เพราะเมืองไทยก็มีการผลิตวิจัยยาจากสมุนไพรพื้นถิ่นหลายตัว บางตัวก็ได้พบประโยชน์จริง บางตัวก็ได้พบโทษจากการใช้เช่นกัน จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและลดการขาดดุลจากการใช้ยาจากต่างชาติ และลดความสูญเสียจากการใช้ยาสมุนไพรอย่างผิดวิธีครับ

    By: หมอแมว
    Since: 31 พ.ค. 55 12:50:22

  21. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    สุดยอดมากครับ นี่ผมพบเจอเทพทางด้านสมุนไพรแล้วหรือนี่

    โลกจะต้องตะลึงในผลงานของเทพท่านนี้แน่ๆ 555

    By: Janglai Man
    Since: 31 พ.ค. 55 15:44:08

  22. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ^
    ^

    ผมรู้ว่าคุณประชด แต่หากคุณได้ลอง ก็จะเข้าใจได้เองว่า ผมนั้นเทพของจริง !

    ของปลอม หากมาเล่นในสังคมพันทิพแบบนี้ ผมคงเละแน่ๆ ครับ

    ลองเอา Viagra ดังๆของฝรั่ง มาดวลกับ สูตรนกเขาไม่ขันของผมไหมล่ะครับ

    แล้วมาดูกันว่าของใคร เจ๋งกว่ากัน และ ไม่มี side effects อีกด้วย

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 31 พ.ค. 55 18:12:37

  23. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    มันไม่มี Side Effect หรือไม่มีใครรู้กันแน่ครับ
    ของฝรั่งเขามีเขาก็บอกว่ามี เขาพยายามศึกษาค้นหากันจะเป็นจะตายว่ามันมี Side Effect อะไรบ้าง แล้วเอามาบอกใหรู้นะครับ

    By: ปรายภพ
    Since: 31 พ.ค. 55 21:44:57

  24. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ^
    ^

    วัตถุดิบของผมมันคล้ายๆกับ กินข้าวผัดยังไงยังงั้นเลยครับ ซึ่งต่างกันของฝรั่ง ซึ่งเป็นเคมี

    กินข้าวผัดทุกวัน คงไม่มี side effect กระมัง ครับ

    หรือมันอาจจะมี ซึ่งผมยังไม่รู้ ก็เป็นได้อย่างที่คุณพูดเหมือนกัน แต่คงน้อยกว่ามากนัก

    ขอบคุณสำหรับมุมมองและแง่คิด ครับ

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 1 มิ.ย. 55 00:32:22

  25. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ข้าวผัดก็เป็นสารเคมี
    ทุกอย่างในโลกล้วนเป็นสารเคมีทั้งสิ้น

    ข้าวผัดทั่วๆ ไป มักมีเกลือเป็นปริมาณพอสมควร ไม่เหมาะกับคนเป็นโรคไต

    By: ปรายภพ
    Since: วันวิสาขบูชา 55 23:42:01

  26. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ต่อๆๆๆค่ะ……อยากอ่านอีก…เป็นประโยชน์ สำหรับคนเดินสายกลาง อย่างเราที่งบน้อย ไว้พิจารณาเองนะค่ะ ได้ความรู้ เพิ่มทางเลือก… และเปรียบเหมือนเป็นกระจก…รอบด้าน……ในที่สุดก็เรานะเองที่ต้องเลือกเอง….ขอบคุณทุกความคิดเห็นที่ถ่ายทอดออกมา…มีบ้างที่เหน็บๆเจ็บๆคันๆไม่ว่ากัน….

    By: Kitty lover
    Since: 5 มิ.ย. 55 12:45:10

  27. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ว่าจะไม่ต่อนะ แต่เห็นแก่ คห. 26 ที่ยังใจกว้าง รู้จักการรับรู้และรับฟัง

    ข้าวผัดยังห่างไปนิด งั้นเอาใหม่ เอาแบบใกล้ๆเฉียดๆเลยทีนี้…..

    สิ่งที่ผมใช้ คล้ายๆกับ การกิน ส้ม 1 ผล และ พริกขี้หนู 3 เม็ด ล่ะ

    จะมี side effect มากไหมครับ?

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 5 มิ.ย. 55 21:35:18

  28. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    บอกกล่าวไว้ตรงนี้เลยก็ได้ว่า….

    บริษัทยาฝรั่ง มันมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการเมืองมาเกี่ยวข้องแน่นอน กับงานวิจัยทั้งหลาย ผลประโยชน์มันมหึมายิ่งนัก เรื่องยานี่ !!!

    มากขนาดเก็บงานวิจัยบางอย่างที่ไปขัดผลประโยชน์ของบริษัทขายยาฝรั่งยักษ์ใหญ่ที่ครองโลก ซึ่งมีไม่กี่บริษัทหรอก (มันก็มีใต้โต๊ะ มิใช่ว่าจะไม่มี)

    แต่โลกสมัยนี้มันไร้พรมแดน ดังนั้น จึงมีงานวิจัยบางอย่างที่ถูกปิดบังไว้ โดนคนหวังดีต่อมนุษยชาติ แอบนำมาเผยแพร่ (ซึ่งผิดกฎ FDA หากเผยแพร่แบบเปิดเผย เจ้า FDA นี่แหล่ะตัวดีในการปิดปาก และแอบเข้าข้างบริษัทยา)

    จะยกตัวอย่างให้ฟังแบบง่ายๆ เป็นรูปธรรมให้เห็นเล่นๆสัก 1 กรณี

    คนที่ไปหาหมอฟัน ตามคลีนิคธรรมดาทั่วๆไป พอทำฟันเสร็จ ก็มักจะได้รับยาแก้ปวด กันแทบทุกคน

    ถามว่า…มีใครบ้าง ที่ไปทำฟันแบบนี้ แล้วได้ยินหมอฟันพูดว่า วิตามินซี มันแก้ปวดได้ ?

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 5 มิ.ย. 55 21:55:54

  29. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    คุณเดินดงพงไพรคะ

    - ขอสูตรยาสมุนไพรลดความอ้วน แบบได้ผลทันใจ และไม่โยโย่ค่ะ
    - ขอสูตรยาสมุนไพรให้ผมเงางามสลวยสวยเก๋ด้วยค่ะ เพราะไปทำสีผมมา มันเริ่มร่วง ฟู แตกปลาย

    ปล.ถ้ามีตัวอย่างให้ทดลองด้วย…ยิ่งดี
    ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

    By: โสดมีสไตล์
    Since: 6 มิ.ย. 55 15:40:46

  30. 2012 มิถุนายน 21
    admin permalink

    ^
    ^

    บางอย่างก็ฟรี บางอย่างก็ต้องมีค่าครูบ้างนิดหน่อย แหมผมไม่ใช่นักบุญอิ่มทิพย์นะครับ ยังต้องเสียเงินซื้อข้าวกินอยู่เหมือนคนทั่วไป

    ลดอ้วนแบบทันใจ ไม่มีหรอกครับ ถึงมีก็อันตราย อย่าไปคิดเรื่องลดด่วนทันใจเลย ยกเว้นคุณทำได้ในหลายๆอย่างไปพร้อมๆกัน เช่นการกินที่ถูกวิธี+การออกกำลังกาย+การกินสมุนไพรบางตัว แบบนี้อาจพอเป็นไปได้

    อยากผมสวยเงางาม ก็ใช้แชมพูเด็กสระเอา สระเสร็จ ก็ใช้เฉพาะไข่แดงผสมน้ำมะนาว ลูบผมให้ทั่ว หมักทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วล้างออก แค่นี้ก็น่าจะโอเคแล้วครับ หรือจะลูบผมด้วยน้ำมันมะพร้าวดีๆสักหน ก็เงางามดีเช่นกัน

    ผมเป็นผู้ชาย เลยไม่ค่อยพิถีพิถันมากนัก ใช้แค่แชมพูเด็กสระหนนึง ล้างออก แล้วใช้มะกรูด หรือ น้ำส้มสายชูหมักลูบผมอีก 1 หน แล้วล้างออก แค่นี้ก็ชิวๆ ครับ

    By: เดินดงพงไพร
    Since: 7 มิ.ย. 55 09:38:00

advertisement